ภารกิจและปัญหาอุปสรรคของผู้ติดยาเสพติด กับมูลนิธิโอโซน

Spread the love

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561  เวลา 11.40  – 12.50 น.  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)ร่วมกับ มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ จัดกิจกรรมพาสื่อมวลชนลงพื้นที่เรียนรู้ ประเด็นการทำงานกับกลุ่มประชากรที่เปราะบางต่อการเลือกปฏิบัติ ณ.สำนักงาน ที่ทำการมูลนิธิโอโซน สานักงานปัตตานี เลขที่ 3/404 ถ.จรูญสำราญ ม.1 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี โดยมี  น.ส.เครือวัลย์. กี่ทองมาก ตำแหน่งผู้ประสานงานมูลนิธิโอโซนจังหวัดปัตตานีและ น.ส.ลัดดา  นิเงาะ  ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายพัฒนาศักยภาพและรณรงค์มูลนิธิโอโซน  ให้การต้อนรับ และ บรรยายสรุปภารกิจปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง ของมูลนิธิ โดยมีผู้เข้าฟังจำนวนประมาณ 18 คน และมีการตอบข้อซักถาม อาสาสมัครของมูลนิธิ ซึ่งเป็นบุคคลที่ติดยาเสพติด อยู่ระหว่างเข้าร่วมโครงการกับมูลนิธิ และร่วมรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร เดอนารา ม.1 ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี

นางสาวลัดดา  นิเงาะ กล่าวว่า มูลนิธิโอโซน เป็นเครือข่าย NGO โดยในห้วงแรกปฏิบัติงานภายใต้ มูลนิธิ PSI ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศ และได้ปิดตัวลงในปี 2557  ทางกลุ่มจึงมีความคิดที่จะก่อตั้งองค์กรขึ้นมาใหม่ เพื่อดูแลผู้ที่ติดยาเสพติด และมีการจดทะเบียน เป็นมูลนิธิโอโซน เมื่อ ม.ค. 2558 ในพื้นที่ทางภาคใต้ จะดูแลรับผิดชอบในพื้นที่ จ.สงขลา ปัตตานี นราธิวาส และ จ.ยะลา  เริ่มแรก ดำเนินการในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เดิมปฏิบัติงานด้านเอดส์ เพียงอย่างเดียว ซึ่งต่อมาเกิดความคลุมเครือถึงที่มาของเอดส์ ไม่ได้มาจากเพศสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว ยาเสพติดก็เป็นที่มาของโรคเอดส์ โดยใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน

นางสาวลัดดาฯ กล่าวว่า การดำเนินงานของมูลนิธิมี 2 รูปแบบ

          1. บริการตั้งรับ แบบ Drop In Center มีการจัดตารางกิจกรรมให้เลือกใช้บริการตามสมัครใจ เช่น การให้ความรู้โดยผู้นำศาสนา

          2. บริการภาคสนาม ผ่านการทำงานของอาสาสมัครที่มีประสบการณ์ด้านยาเสพติด เช่น การเยี่ยมบ้าน หรือจัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพในชุมชน        

          นางสาวลัดดาฯ กล่าว่า เคสเฝ้าระวังของมูลนิธิโอโซน คือ ผู้ติดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน ยาบ้า เพราะในบางเคสจะนำสองสิ่งนี้มาผสมกันและใช้เข็มฉีดยา บุคคลที่เข้ามาในมูลนิธิโอโซน ส่วนใหญ่จะผ่านการบำบัดมาแล้ว และกลับมาเสพยาเหมือนเดิม

           การดูแลผู้ติดยาเสพติด จะมีอาสาสมัครของมูลนิธิ เป็นบุคคลที่เชื่อมประสานกับผู้ที่ติดยาเสพติด อาสาสมัครเริ่มจากเป็นผู้ใช้บริการในมูลนิธิโอโซน พัฒนาศักยภาพ ให้ความรู้และทักษะในการหาตัวผู้ติดยาเสพติด ผู้ใช้ยาจะต้องมีเพาเวอร์ อาสาสมัครต้องมีเพาเวอร์ มีภารกิจหาตัวผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ที่ผ่านมามูลนิธิยังไม่เคยเห็นผู้ที่ติดยาเสพติด เลิกขาดจากยาเสพติด แต่ลดจำนวนลง

           ในการลงพื้นที่ ในบางครั้งถูกติดตามจาก จนท.ซึ่งทำไห้เกิดปัญหาในการปฏิบัติงาน ถูกระแวงจาก จนท.และผู้ติดยาในพื้นที่ มูลนิธิโอโซน มีหน้าที่ให้ความรู้กับผู้ใช้ยาเสพติดในพื้นที่ เช่น    การใช้เข็มฉีดยาจะต้องไม่ใช้เข็มร่วมกันกับบุคคลอื่น ซึ่งมูลนิธิโอโซนมีชุดเข็มและอุปกรณ์สะอาดให้บริการเพื่อป้องกันกันติดเชื้อกรณีผู้ใช้ยายังต้องฉีดต่อไป

          นางสาวลัดดาฯ กล่าว่า ยาเสพติดอยู่ที่จิตใจ มูลนิธิโอโซน เชื่อว่าการทำตามธรรมชาติแม้จะไม่มีโอโซน

สถานที่บำบัดทุกที่นั้นดีหมด แต่ตอนที่เขาออกจากสถานบำบัด หัวใจของเขาแข็งแรงขนาดไหน กลับมาก็เจอกับสังคมเดิมๆ ก่อนและหลังที่จะมาในมูลนิธิโอโซน หัวใจเป็นแบบไหน ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ เมื่อก่อนใช้ยาโดยไม่วางแผน แต่พอมาเรียนรู้ในมูลนิธิโอโซน ทำเราได้เรียนรู้และได้ถ่ายทอดความรู้ไห้เพื่อนๆ

          นางสาวลัดดาฯ ยังกล่าวอีกว่า สื่อมวลชนมีส่วนให้ผู้ติดยาหรือไม่ อยู่คนละฝั่งกับคนติดยาด้วยซ้ำ เช่นในกรณีที่มีโจรขึ้นบ้าน ส่วนใหญ่จะมองไปที่ผู้ติดยาเสพติดเป็นจำเลย ทั้งๆที่บางครั้งมันไม่ใช่

          นางสาวลัดดาฯ กล่าวว่า งานอาสาสมัครของมูลนิธิโอโซน มีอยู่ 2 ส่วน

                   1. งานภาคสนาม คือการออกไปหาตัวผู้ติดยาเสพติด

                   2. งานเอกสาร คือการออกแบบวางแผน ในการปฏิบัติงานต่างๆ

          ปัจจุบันผู้ที่ติดยาเสพติดประเภทเฮโรอีน จะมียาบำบัดเรียกวา เมทาโดน ผู้รับการบริการ สามารถรับยาได้ที่ โรงพยาบาลประจำอำเภอ 5 แห่ง ได้แก่ รพ.หนองจิก , รพ.โคกโพธิ์,  รพ.สายบุรี,  รพ.ยะหริ่ง และรพ.ธัญญารักษ์

          การที่จะบำบัดผู้ที่ติดยาเสพติด เราจะต้องทราบว่าบุคคลนี้ติดยาประเภทใด

Facebook Comments Box


Spread the love

Written by 

Related posts

Verified by ExactMetrics